ผู้เขียน หัวข้อ: ALEC SU 苏有朋泰国后援会  (อ่าน 1137 ครั้ง)

prattana

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5607
    • ดูรายละเอียด
Re: ALEC SU 苏有朋泰国后援会
« ตอบกลับ #60 เมื่อ: มิถุนายน 06, 2026, 01:19:09 pm »
https://www.alecsuyoupeng.com/webboard/index.php?topic=1171.0

ผลงานที่เรื่อง〈47〉ชื่อไทย :
ชื่อจีน :
ชื่ออังกฤษ :
รับบทเป็น :
ออกอากาศ :

ผลงานที่เรื่อง〈47〉ชื่อไทย : คุณแม่สามโสด
ชื่อจีน : 三个未婚妈妈
ชื่ออังกฤษ : Three Unmarried Mothers
รับบทเป็น : 顾东海 กู้ตงไห่
ออกอากาศ : 2012-10-26  อายุ 39
.
คุณแม่สามโสด Three Unwed Mothers ออกฉายวันที่ 26 ตุลาคม 2012
รับบทเป็น กู้ตงไห่ , กู้ตงไห่ หนุ่มวิศวกรที่เพิ่งจะเดินทางกลับจากต่างประเทศ หลังจากที่ได้กลับประเทศมาเขากลับพบว่าที่บ้านของแฟนสาว ฉี่ซิง มีทารกน้อยเพศหญิงคนหนึ่งอยู่ สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ทำให้เขาเกิดความเข้าใจผิดและนำไปสู่เหตุการณ์ชุลมุนวุ่นวายเป็นลูกโซ่ ที่สร้างสีสันและความตลกขบขันให้กับซีรี่ย์เรื่องนี้เป็นอย่างมาก
.
รายละเอียดเรื่องคุณแม่สามคนที่ยังไม่ได้แต่งงาน......
เป็นเรื่องราวของผู้หญิงสามคนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน เย่เสี่ยวเหมิงคนทั่วไป เหม่ยหลิงที่มีชีวิตรักฉูดฉาด อาเหวินนักธุรกิจสาว แต่ได้รู้จักกันเพราะเด็กคนหนึ่ง ความสัมพันธ์ของเย่เสี่ยวเหมิงและแฟน เหม่ยหลิงและสามี อาเหวินและแม่สามี เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น เพราะเด็กคนนี้ ภายใต้ความรักและความเมตตา การกระแนะกระแหนที่เกิดจากความเข้าใจผิดได้ถูก...แก้ไข และความลับของเด็กคนนี้ก็ค่อยๆเผยตัวออกมา
.
ตัวละคร "กู่ตงไห่" ที่เป็นที่ถกเถียง: ซูโหย่วเผิง ซูรับบทเป็นกู่ตงไห่ วิศวกรที่กลับมาจากต่างประเทศ ซึ่งตกอยู่ในวังวนแห่งความสงสัยและความวิตกกังวลหลังจากที่เย่เสี่ยวเมิ่ง แฟนสาวของเขาพาเด็กทารกที่ถูกทอดทิ้งกลับบ้านอย่างกะทันหัน ตัวละครของเขาถูกผู้ชมล้อเลียนว่าเป็น "ขี้งอน" ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความหึงหวงและความไม่ไว้วางใจในความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดอย่างชัดเจน แฟนๆ บางคนเชื่อว่าตัวละครนี้ "งี่เง่าแต่น่ารัก" ซึ่งแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับภาพลักษณ์ก่อนหน้านี้ของซูโหย่วเผิงบนจอภาพยนตร์

prattana

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5607
    • ดูรายละเอียด
Re: ALEC SU 苏有朋泰国后援会
« ตอบกลับ #61 เมื่อ: มิถุนายน 06, 2026, 01:33:56 pm »
https://www.alecsuyoupeng.com/webboard/index.php?topic=1204.0

ผลงานที่เรื่อง〈48〉ชื่อไทย : #แผนรักสยบเพลย์บอย
ชื่อจีน : #非缘勿扰 เฟยหยวนอู้เหยา
ชื่ออังกฤษ : Destiny by Love
รับบทเป็น : 陆西诺 ลู่ซีนั่ว
ออกอากาศ : 2013-7-1 อายุ 40
.
เพลง《พบกับช้าไป》ของ #ซูโหย่วเผิง ออกจำหน่ายในเดือนสิงหาคม ปี 2013 เป็นเพลงเอนด์เครดิตในละครซีรี่ย์ 《แผนรักสยบเพลย์บอย》เพลงนี้ของซูโหย่วเผิงถือเป็นซิงเกิ้ลสำคัญที่แสดงถึงการกลับคืนสู่วงการเพลงอย่างเป็นทางการ ทั้งยังเป็นการประกาศการผันตัวจากนักร้องไอดอลสู่ศิลปินชายสายเพลงรักสื่ออารมณ์และมีความเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น ทั้งยังได้การยอมรับว่าเป็นหนึ่งในผลงานที่สะท้อนเสน่ห์ของน้ำเสียงในวัยกลางคนของเขาได้เป็นอย่างดี ซูโหย่วเผิงถ่ายทอดบทเพลงนี้ด้วยอารมณ์รักที่ลึกซึ้ง สุขุม และเก็บซ่อนความรู้สึกได้อย่างลงตัว สื่อความรู้สึก “รักได้แต่ไม่อาจได้ครอบครอง” ได้อย่างกินใจผู้ฟัง เพลงนี้ไม่เพียงเป็นเพลงประกอบละครซีรี่ย์คุณภาพเท่านั้น แต่ยังถือเป็นตัวอย่างของความสำเร็จของนักร้องไอดอลยุค 90 สู่ศิลปินนักร้องที่มีความเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น
.
เมื่อซูโหย่วเผิงถอดชุดย้อนยุคออก แล้วแปลงโฉมเป็นประธานบริษัทหนุ่มผู้มีฝีปากจัดจ้านและโนสนโนแคร์เรื่องการแต่งงาน ซีรี่ย์เรื่อง《แผนรักสยบเพลย์บอย :  Destiny By Love 》ความรักชิงไหวชิงพริบในเมืองใหญ่ที่พลิกทุกสูตรสำเร็จของละครซีรี่ย์รักโรแมนติกก็เปิดฉากขึ้นได้อย่างน่าตื่นเต้น —— นี่ไม่เพียงเป็นผลงานเรื่องแรกของเขาในฐานะโปรดิวเซอร์เท่านั้น แต่ยังมีบทสะท้อนถึงมุมมองเรื่องความรักและการแต่งงานที่เป็นการตั้งคำถามต่อค่านิยมของสังคม จนกลายเป็นผลงานคลาสสิก “แหวกแนว” ที่ยังคงถูกพูดถึงและถกเถียงกันอย่างกว้างขวางแม้เวลาจะผ่านไปกว่าสิบปีแล้วก็ตาม
.           
สำหรับเรื่องราวแนวคู่กัดหนุ่มสาวที่แปลเปลี่ยนมาเป็นคู่รักนี้คิดว่าคงจะถูกตลาดกับแฟนๆซีรีย์ในบ้านเราไม่มากก็น้อยเลยทีเดียว วันนี้เราจึงมีซีรีย์ทำนองนี้มาแนะนำกันกับแผนรักสยบเพลย์บอย (Destiny By Love) โรแมนติกคอมเมดี้จากแดนมังกรว่าด้วยเรื่องราวของหนุ่มสาวที่ต้องพานพบและกลายมาเป็นคู่กัดกันไปซะแทบทุกเรื่อง
.
โดยส่วนตัวแล้วจะติดตามผลงานของซูโหย่วเผิงในภาพยนตร์แนวกำลังภายในและแนวประวัติศาสตร์ย้อนยุค ดังนั้นซีรีย์แผนรักสยบเพลย์บอยจึงถือเป็นเรื่องแรกที่ได้ชมผลงานของเขาในแบบฉบับหนุ่มร่วมยุคสมัย แม้จะรู้สึกแปลกตาดับภาพลักษณ์ไปบ้างในตอนต้นแต่ก็ถือว่าทำได้ตามมาตรฐานสมกับเป็น 1 ในจตุเทพของไต้หวัน
.
เมื่อเพื่อนสนิทของแต่ละฝ่ายตัดสินใจมาลงเอยกันทำให้คนทั้งสองได้พบกันเป็นครั้งแรก ด้านหนึ่งคือ “หลิวหลิน” พนักงานสาววัยใกล้ขึ้นคานที่ทุ่มเทชีวิตให้การทำงานหาเงิน อีกหนึ่งคือ “ลู่ซีนั่ว” ผู้จัดการบริษัทใหญ่ผู้มีทุกอย่างครอบครันทั้งฐานะและรูปร่างหน้าตาเข้าขั้นเพอร์เฟค
แผนรักสยบเพลย์บอย (Destiny By Love)
.
สถานการณ์อาจไม่เป็นใจนักเมื่อการพบกันของทั้งสองคนจะไม่ได้เป็นไปด้วยดี มุมมองที่แตกต่างทำให้หนุ่มสาวต้องกลายมาเป็นคู่กัดชนิดไม่อยากเจอหน้า แต่แล้วก็มีเหตุให้ทั้งคู่ต้องพบกันอีกหลายครั้งซึ่งแน่นอนว่าความใกล้ชิดนั้นค่อยๆหล่อหลอมจิตใจของทั้งสองคนเข้าด้วยกันทว่าอุปสรรคต่างๆก็ประดังเข้ามาให้ทั้งสองต้องเผชิญ
.
ออกอากาศในประเทศไทย ปี 2558(2015) แผนรัก สยบเพลย์บอย  รับบทหลู่ซีนั่ว
เริ่มฉาย 15 พฤษภาคม 2558(2015)
.
ซีรีส์เรื่องใหม่ แนวโรแมนติก คอมเมดี้ “แผนรัก สยบเพลย์บอย” เรื่องราวของ หลู่ซีนั่ว (ซูโหย่วเผิง) หนุ่มเพลย์บอยสุดเพอร์เฟ็กต์ กับ เหลียวหลิง (ฉินหลัน หมิงซิง) สาวขี้ลืม ที่กลัวการแต่งงาน ทั้งสองคนเป็นคู่กัดกันตั้งแต่แรกพบ และด้วยความบังเอิญ เหลียวหลิงได้เข้าทำงานในบริษัทของลูซีน่อ­ล เหตุการณ์รักป่วนชวนจิ้นจึงเกิดขึ้น
.
เป็นซีรี่ย์เรื่องแรกหลังจากที่ ซูโหย่วเผิง พักงานละครไปนาน 8 ปี เป็นซีรี่ย์ที่พิเศษกว่าเรื่องอื่นๆ เพราะนอกจากเขาจะรับบทเป็นพระเอกของเรื่องแล้ว  ยังรับหน้าที่เป็นโปรดิวเซอร์ของเรื่องนี้อีกด้วย  ในเรื่อง ซูโหย่วเผิง รับบทเป็น หนุ่มปากร้ายที่มีความมั่นใจเกินร้อย เป็นคนที่ต่อต้านการแต่งงาน ซีรี่ย์เรื่องนี้ถือเป็นซีรี่ย์ชิ้นโบแดงแห่งฤดูร้อนทาง ช่องยังซื่อ เป็นซีรี่ย์ที่มีมูลค่าสูงที่สุดในประวัติการซื้อหนังของยังซื่อ ถูกขนานนามว่าเป็น เซ็กซ์ แอนด์ เดอะ ซิตี้ เว่อร์ชั่นจีน และเรื่องย่อยังถูกเปิดใน ซินเหวินเหลียนโป (รายการข่าวท้องถิ่นที่นำเสนอในประเทศจีน) หลายครั้ง นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของวงการละครเลยค่ะ

prattana

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5607
    • ดูรายละเอียด
Re: ALEC SU 苏有朋泰国后援会
« ตอบกลับ #62 เมื่อ: มิถุนายน 06, 2026, 01:42:13 pm »
ผลงานที่เรื่อง〈49〉ชื่อไทย : แปดเทพอสูรมังกรฟ้า
ชื่อจีน : 天龙八部
ชื่ออังกฤษ :    The Demi-Gods and Semi-Devils
รับบทเป็น : 无崖子 อู๋หยาจื่อ หรือ บ้อไง้จื้อ
ออกอากาศ : 2013-12-22 อายุ 40
.
8 เทพอสูรมังกรฟ้า เป็นเรื่องราวในช่วงสงครามระหว่างแคว้นต้า­ซ่งและแคว้นเหลียว ทั้งสองแคว้นทำสงครามต่อเนื่องยาวนานจนปลู­กฝังเป็นความแค้นลึกล้ำระหว่างเมืองทั้งสอ­ง ในยุทธจักรมีคำกล่าว"เหนือเฉียวฟง ใต้มู่หยง"
.
อู๋หยาจื่อ หรือ บ้อไง้จื้อ (WuyaZi) 8 เทพอสูรเวอร์ชัน 2013/2014 , ซูโหย่วเผิง จะได้เล่นเป็น อู๋หยาจื่อ หรือ บ้อไง้จื้อ (WuyaZi) เจ้าสำนักสราญรมย์ซึ่งต่อมาถูก เต็งชุนชิว(ต่อมาเป็นเจ้าสำนักดาวดึงส์ หรือสำนักหมู่ดาว) ลูกศิษย์ แกเองนั่นแหละ ฟาดตกเขาเจ็บสาหัสมาแล้ว ภายหลังถ่ายทอดพลังฝีมือเจ็ดสิบปี และตำแหน่งประมุขให้ซิจุ๊ เพื่อให้ไปล้างแค้นปราบเต็งชุนชิว
.
ออกอากาศในประเทศไทย ปี 2557(2014) แปดเทพอสูรมังกรฟ้า รับบทอู่หยาจื่อ
ซูโหย่วเผิง เจี่ยจิ้งเหวิน และ เกาหยวนหยวนได้พบกันในเรื่อง แปดเทพอสูรมังกรฟ้า เวอร์ชั่น 2013 อีกครั้ง หลังจากที่ไม่ได้ร่วมงานกันมานานหลายปี ในเรื่อง ซูโหย่วเผิง รับบทเป็น อู่หยาจื่อ ส่วน เจี่ยจิ้งเหวิน และ เกาหยวนหยวน รับบท พี่น้อง ลี่ชิวซุ่ย และ ลี่ปี้หยิน  แสดงเรื่องราวรักสามเศร้าระหว่างทั้งสาม ในเรื่องพวกเขาสวมชุดจีนสีขาวสง่า เป็นซีรี่ย์อีกเรื่องที่น่าติดตามชมมากเลยค่ะ

prattana

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5607
    • ดูรายละเอียด
Re: ALEC SU 苏有朋泰国后援会
« ตอบกลับ #63 เมื่อ: มิถุนายน 06, 2026, 01:50:44 pm »
https://www.alecsuyoupeng.com/webboard/index.php?topic=1379.0

ผลงานที่เรื่อง〈50〉ชื่อไทย : คู่ป่วน จุดชนวนรัก
ชื่อจีน : 甜蜜杀机  เถียนมี่ซาจี
ชื่ออังกฤษ : Sweet Alibis
รับบทเป็น : 王志毅 หวังจื้ออี้
ออกอากาศ : 2014-1-17 อายุ 41
.
ตำรวจสืบสวนอาวุโส ผู้ที่ดูภายนอกเป็นคนขี้ขลาด กลัวปัญหา และศักยภาพในการทำคดีต่ำมาก อีกทั้งยังมีลางสังหรณ์แม่นยำเกี่ยวกับภารกิจอันตราย ที่มักจะมีอาการปวดท้องได้ถูกจังหวะเพื่อหลบเลี่ยงกับสถานการณ์เสี่ยงได้ทุกครั้งไป แต่ความจริงแล้วตัวเขานั้นจบจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจด้วยผลการเรียนอันดับหนึ่ง และหลังจากนั้นตัวเขาต้องคอยดูแลและเป็นที่พึ่งให้กับหลานชายที่สูญเสียทั้งพ่อแม่ ทำให้ต้องเลือกที่จะปิดบังความสามารถที่แท้จริงของตนเองไว้ และใช้ชีวิตอยู่ในหน่วยตำรวจอย่างระวังเนื้อระวังตัว โดยมีเกาอีผิงเป็นคู่หู
.
ปีที่ออกฉาย: ปี 2557
วันที่ฉาย (ไทย): 21 ม.ค. 2559
ผู้กำกับ: Yi-chi Lien
นำแสดง: Alec Su, Ariel Lin ...

การร่วมงานกันของ 2 นักสืบจอมซุ่ม ที่เรื่องไม่คาดฝันดันเกิดขึ้น เมื่อคดีไร้สาระอย่างการตามหาหมาหายของพวกเขา ดันนำพาไปสู่ฆาตรกรรมต่อเนื่องที่มีชีวิตเป็นเดิมพัน นำแสดงโดย ซูโหย่วเผิง และ หลินอีเฉิน

2014 Sweet Alibis คู่ป่วน จุดชนวนรัก [ หวังจื้ออี้]

วันที่เข้าฉาย : 14 ม.ค. 2559
แนวหนัง : ตลก,โรแมนติค,สืบสวน
ผู้กำกับ : เหลียนอีฉื
นักแสดง : ซูโหย่วเผิง, หลินอีเฉิน

ตำรวจแผนกสอบสวนอาชญากรรมอาวุโส หวังจื้ออี้ (อเล็ก ซู หรือ ซูโหย่วเผิง) ผู้มักจะได้ทำแต่คดีด้อยประสิทธิภาพอย่างงานแนะนำตัวคู่สมรส หรือการดูตัวบ่าวสาวมากกว่าการได้จับต้องคดีใหญ่ๆ เช่นการสืบหาตัวผู้ต้องสงสัยในคดีอาชญากรรม เพราะทุกครั้งที่ต้องเจอกับงานที่เสี่ยงกับภยันตราย ซึ่งจำเป็นต้องใช้ทักษะการหยั่งรู้อย่างแม่นยำ เจ้าตัวก็มักจะชอบอ้างว่าเกิดอาการท้องเสียอย่างกะทันหันในเวลาที่ต้องออกปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งการที่เจ้าตัวทำแบบนี้ได้ก็เป็นเพราะมีหัวหน้าแผนกที่คอยให้ท้ายอยู่นั่นเอง

แต่แล้วจู่ๆ จื้ออี้ ก็ถูกสั่งให้ปฏิบัติหน้าที่สำคัญ นั่นก็คือการคอยดูแลเพื่อนร่วมงานใหม่ที่มีชื่อว่า เกาอี้ผิง (แอเรียล หลิน หรือ หลินอีเฉิน) ซึ่งเพิ่งจะจบการศึกษาจากโรงเรียนตำรวจมาหมาดๆ แต่ที่จริงแล้วเกาอี้ผิงนั้นเป็นถึงบุตรสาวของนายตำรวจใหญ่ ผู้ที่ไม่สามารถทำให้ลูกสาวล้มเลิกความตั้งใจในการทำงานเป็นตำรวจได้ ดังนั้นจึงต้องหันมาใช้วิธีการเฟ้นหาคนที่จะมาทำหน้าที่ดูแลบุตรสาวในระหว่างออกปฏิบัติหน้าที่ และหลังเสร็จสิ้นขั้นตอนการพิจารณา ทางกรมตำรวจก็ได้เลือกให้จื้ออี้ผู้ที่คอยหลบหลีกเลี่ยงอันตรายต่างๆ มาตลอด ให้เป็นคนที่ทำหน้าที่นี้

นับแต่วันแรกที่ต้องมาทำงานเป็นคู่หูกัน ทั้งคู่ก็ถูกหัวหน้าแผนกเจตนามอบหมายงานที่สบายๆ ให้ ในขณะที่จื้ออี้ออกอาการดีอกดีใจจนออกนอกหน้า แต่อี้ผิงผู้มีนิสัยค่อนข้างใจร้อนกลับรู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมาก และยิ่งเมื่ออี้ผิงตั้งใจและกระตือรือร้นในการทำงานมากเท่าไร แต่กลับต้องมาเจอกับเล่ห์เหลี่ยมอู้งานสารพัดของจื้ออี้ จึงทำให้มักจะต้องมีปากเสียงกระทบกระทั่งกันแทบทุกวัน การจับคู่ของทั้งสองจึงราวกับน้ำกับน้ำมันที่เข้ากันไม่ได้ และในระหว่างที่พวกเขากำลังสืบสวนคดีสุนัขตายในชุมชนแห่งหนึ่ง ก็บังเอิญไปล่วงรู้เบาะแสเรื่องของผู้ค้ายาเสพติดในท้องที่ และลุกลามกลายเป็นคดีฆาตกรรมไปในเวลาต่อมา

และเพราะเป็นคดีแรกที่ได้เจอกับฆาตกรตัวเป็นๆ อี้ผิงจึงรู้สึกดีใจมากจนอยากจะเป็นคนกระชากหน้ากากของฆาตกรรายนี้ด้วยตัวเอง เพื่อพิสูจน์ถึงความตั้งใจในการทำงานของตน หากจื้ออี้กลับต้องการที่จะดึงตัวอี้ผิงให้ออกมาจากอันตราย และระหว่างที่ทั้งคู่ดึงกันไปดึงกันมากันอยู่นั่นเอง ทั้งอี้ผิงและจื้ออี้ก็เข้าสู่จุดสำคัญของคดีพอดี เมื่อเบาะแสที่ได้นำพาพวกเขาให้ต้องก้าวเข้าสู่อันตรายอย่างไม่ทันตั้งตัว

prattana

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5607
    • ดูรายละเอียด
Re: ALEC SU 苏有朋泰国后援会
« ตอบกลับ #64 เมื่อ: มิถุนายน 06, 2026, 01:51:11 pm »
ผลงานที่เรื่อง〈51〉ชื่อไทย : คนดีที่ต้องสงสัย
ชื่อจีน : 最佳嫌疑人
ชื่ออังกฤษ : The Suspicious
รับบทเป็น : 林以泰 หลินอี้ไท่
ออกอากาศ : 2014-04-18 อายุ 41
.
ผู้อำนวยการฝ่ายขายของบริษัทเฉิงกงเภสัชกรรม มนุษย์เงินเดือนผู้ที่ทำงานแทบตัวเป็นเกลียวหัวเป็นน็อต มีความจงรักภักดีต่อองค์กรเป็นอย่างยิ่ง ที่ถึงแม้ในช่วงที่พนักงานทุกคนในโรงงานต่างหวาดระแวงและรู้สึกไม่ปลอดภัย แต่เขาก็ยังตั้งหน้าตั้งตาที่จะตามหาหนอนบ่อนไส้ภายในองค์กรให้ได้ เพื่อรักษาเกียรติของแบรนด์ที่ตัวเขานั้นดูแลมาโดยตลอด จนต้องป่วยเป็นโรคนอนไม่หลับเรื้อรังขั้นรุนแรง จากภาวะความกดดันทางจิตใจอย่างหนัก
.
เรื่องย่อ ::หลีจ่ง (รับบทโดย หลิวฮว่า) เถ้าแก่โรงงานยาที่ดำเนินกิจการมาแล้วกว่าร้อยปี ตัดสินใจเลิกขายยา หันไปลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ เขาทุ่มเม็ดเงินจำนวนมาก เพื่อให้หร่วนต้าจื้อ (รับบทโดย หลินจวิ้นเสียน) ผู้บริหารระดับสูงของฮ่องกง แนะนำเขาให้กับมิยาชิตะ ผู้ซื้อชาวญี่ปุ่น คาดไม่ถึงว่า สิ่งที่มิยาชิตะต้องการมีเพียงสูตรยาลับเฉพาะที่สามารถรักษาโรคนอนไม่หลับเท่านั้น
.
ในขณะที่ทั้งสองฝ่ายกำลังเจรจาถกเถียงกันอยู่นั้นเอง การปรากฏตัวของมือปริศนาหรือ ผู้ลึกลับ s ก็ยิ่งทำให้การเจรจาซับซ้อนมากขึ้น หลินอี่ไท (รับบทโดย ซูโหย่วเผิง) ผู้จัดการฝ่ายการตลาดของโรงงานยา เป็นอีกหนึ่งคน ที่เป็นโรคนอนไม่หลับขั้นร้านแรง เขาที่ทำงานอย่างมึนๆเบลอๆทั้งวัน กลับบังเอิญได้รับรู้การติดต่อค้าขายของ S และผู้ซื้อชาวญี่ปุ่นอย่างไม่ได้ตั้งใจ
.
หลังจากเป็นนักสืบแล้ว หลินอี่ไท่ ก็พบว่า ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหารอย่างหร่วนต้าจื้อ (รับบทโดย หลินจวิ้นเสียน) อันฉี (รับบทโดย เฉินเฉียวเอิน) เลขาระดับสูงที่มีความสัมพันธ์คลุมเครือ และยังมีผู้ช่วยแสนมีเสน่ห์ของฝั่งญี่ปุ่นอย่างโนริโกะ (รับบทโดย หงเสี่ยวซี) ทุกคนล้วนต่างก็มีเรื่องกลุ้มใจทั้งนั้น กระทั่งนายช่างประจำโรงงานที่เขานับถืออย่าง เหล่าซ่ง (รับบทโดย โหยวลี่ผิง) ก็มีท่าทีที่น่าสงสัยไปด้วย ทุกคนล้วนเป็นผู้ต้องสงสัยที่ยอดเยี่ยมทั้งนั้น และในขณะเดียวกัน ปีศาจที่ซ่อนอยู่ในมุมในมุมหนึ่ง ก็ทำราวกับการกระทำทุกอย่างของทุกคนล้วนอยู่ในกำมือของมันแล้ว....

prattana

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5607
    • ดูรายละเอียด
Re: ALEC SU 苏有朋泰国后援会
« ตอบกลับ #65 เมื่อ: มิถุนายน 06, 2026, 01:51:33 pm »
ผลงานที่เรื่อง〈52〉ชื่อไทย : 4 มหากาฬพญายม 3
ชื่อจีน : 四大名捕大结局
ชื่ออังกฤษ : The Four III
รับบทเป็น : 宋徽宗 จักรพรรดิซ่งฮุยจง
ออกอากาศ : 2014-08-22 อายุ 41
.
《สี่มือปราบพญายม》ออกฉาย 22 สิงหาคม 2014 รับบทเป็น จักรพรรดิซ่งฮุยจง ตัวละครหลักคือ “จักรพรรดิ” เขามองว่าตนเองเป็นกษัตริย์ที่ทรงคุณธรรมและปกครองบ้านเมืองได้ดี แต่ในความเป็นจริงนั้นกลับมีความหยิ่งผยอง ผู้ไม่ยอมจำกัดตัวเองเพียงแค่ในพระราชวัง จึงตัดสินใจปลอมตัวออกท่องเที่ยวนอกวัง ทว่ากลับถูกลอบปลงพระชนม์ และต่อมาจักรพรรดิก็หายสาบสูญ เมื่อทรงถูกกักบริเวณ และบัลลังก์เริ่มตกอยู่ในอันตรายจากการบีบบังคับและวุ่นวายภายในแผ่นดิน จึงจำต้องขอความช่วยเหลือจากสำนักเทพเสนาบดีเพื่อปกป้องและรักษาอำนาจของตนเองไว้

ฉายวันที่  2014-08-22(中国大陆)

จากความช่วยเหลือของจีเหยาฮวา (รับบทโดย เจียงอีเยี่ยน) นักฆ่าสาวมือหนึ่งได้ใช้วิชาแปลงกายหลบหนีออกจากคุกได้สำเร็จ ทำให้ซ่งฮุยจง (รับบทโดย ซูโหย่วเผิง) โกรธแค้นเป็นอย่างมาก ออกคำสั่งให้รีบจับตัวกลับมารับโทษให้ได้โดยเร็ว เหลิ่งเสี่ย (รับบทโดย เติ้งเชา) ทนนั่งมองเฉยๆไม่ได้ กลับเข้าไปหาความจริงในคุก เขาคิดว่าเหยาฮวามีพิรุธอย่างเห็นได้ชัด ในขณะเดียวกัน ในงานวัดของเทศกาลฉงหยาง ซ่งฮุยจงได้ปรากฏตัวขึ้นเงียบๆ มองดูฮ่องเต้ที่ไม่ฟังคำทัดทานจากขุนนางทั้งหลาย เสด็จออกจากวัง สุดท้ายแล้วซ่งฮุยจงก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ในช่วงเวลานั้นเอง เหลิ่งเสี่ยก็ได้พบกับอู๋ฉิง (รับบทโดย หลิวอี้เฟย) ที่ก่อนนหน้านี้ตัดสินใจปลีกวิเวก ความสัมพันธ์ของทั้งสองเต็มไปด้วยความเย็นชา และเพื่อตามหาฮ่องเต้ที่หายไป เหลิ่งเสี่ยและเถี่ยโส่ว (รับบทโดย โจวจ้าวหลง) จั๋วมิ่ง (รับบทโดย เจิ้งจงจี) ก็ได้ร่วมมือกันไล่ล่าคนร้ายออกมาให้ได้

ภาพยนตร์เรื่องนี้  ดัดแปลงจากนิยายชื่อเดียวกันจากปลายปากกาของเวยลุ่ยอัน


The Four 4 มหากาฬพญายม

กำหนดฉาย : 22 พฤศจิกายน 2555
แนว : แอ็คชั่น แฟนตาซี
นำแสดง : เติ้งเชา, หลิวอี้เฟย, โคลิน เชา, โรนัลด์ เจิ้ง, เจียง ยี่ ยาน, เจียง ยี่ ยาน,
กำกับ : กอร์ดอน ชาน, ชุนเสี่ยวชุน


เรื่องย่อ The Four 4 มหากาฬพญายม

          เมื่อมีคนพบเงินปลอมในเมืองหลวงของราชวงศ์ซ่ง มือปราบ 2 รายได้ถูกส่งให้เข้าไปสืบคดีนี้ ประกอบด้วย มือปราบจากประตู 6 และกองกำลังอิสระ เลือดเย็นแห่งประตู 6 ถูกส่งให้ปลอมตัวเข้าไปเพื่อบ่อนทำลายจูเก๋อเซิ่นหวู่ และขัดขวางกระบวนการสืบสวน เลือดเย็นซึ่งได้รับการเลี้ยงดูจากหมาป่าไม่ชินกับการทำงานเป็นทีม เมื่อเขารู้จักกับเพื่อนร่วมกลุ่มอันได้แก่ หมัดเหล็ก เท้าปลิดวิญญาณ และจิตไร้รัก เขาจึงรู้ซึ้งถึงคำว่า "มิตรภาพ"

          จิตไร้รัก หญิงสาวรูปงามรู้เบื้องหลังของเลือดเย็น และเพราะความรักที่มีต่อเขาจึงเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ ขณะเดียวกัน มือปราบ จี๋เย่าหัว แห่งประตู 6 ก็มีใจให้กับเลือดเย็นเช่นกัน สองสาวจึงต้องห้ำหั่นกันเพื่อแย่งชิงความรัก แม้จะรู้ว่าจูเก๋อเซิ่นหวู่มีเป้าหมายช่วยคนยากจน แต่เลือดเย็นก็ต้องปฏิบัติหน้าที่ต่อไปและรายงานของเขาทำให้ทางการสั่งปิดสำนักของจูเก๋อเซิ่นหวู่ ก่อนที่เลือดเย็นจะรู้สึกผิดกับการกระทำของเขา อานฉีเก็งซึ่งได้รับฉายาว่า "เทพเจ้าแห่งความมั่งคั่ง" และได้รับการยกย่องเป็นวีรบุรุษ ไม่เพียงแค่ทำเงินปลอมเพื่อควบคุมสภาพการเงินของราชวงศ์ แต่ยังสร้างกองทัพอมนุษย์ด้วยเวทมนตร์เพื่อล้มราชวงศ์ เพื่อต่อสู้กับกองกำลังมืดนี้ มือปราบทั้งหมดจึงต้องกลับมารวมตัวอีกครั้งพร้อมทั้งเลือดเย็นด้วย

prattana

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5607
    • ดูรายละเอียด
Re: ALEC SU 苏有朋泰国后援会
« ตอบกลับ #66 เมื่อ: มิถุนายน 06, 2026, 01:52:51 pm »
ผลงานที่เรื่อง〈53〉ชื่อไทย :
ชื่อจีน :
ชื่ออังกฤษ :
รับบทเป็น :
ออกอากาศ :

谁的青春不迷茫2016-4-22
饰演数学老师
https://www.alecsuyoupeng.com/webboard/index.php?topic=2113.0

prattana

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5607
    • ดูรายละเอียด
Re: ALEC SU 苏有朋泰国后援会
« ตอบกลับ #67 เมื่อ: มิถุนายน 10, 2026, 12:43:54 pm »
ซูโหย่วเผิง   จิตเดิมมีใจเมตตาเป็นนักการกุศล
.
เด็กผู้ชายคนนั้นได้ค่อยๆ เดิน ค่อยๆไปไกล   “เสี่ยวหู่ตุ้ย” เมื่อก่อตั้งปี 1988 เขาอายุยังน้อย   อายุ 15 ปี    ในราตรีฤดูใบไม้ผลิปีนี้(เทศกาลตรุษจีน)หวนกลับสู่เวทีขณะนั้น   พวกเรารู้สึกตื้นตันใจ “ผู้ชายอายุ 40”

สำหรับความทรงจำของพวกเราที่มีต่อเขาภายใต้เวทีนี้   เสือเชื่อฟัง,  องค์ชายห้า ,  เตียบ่อกี้ ,  ไป๋เสี่ยวเหนียน . ได้มีชีวิตชีวา   กระโดดโลดเต้น   แสดงเหมือนจริง   สะกดผู้คน   ต่อมา  เขาต้องการให้พวกเราลืมทีละเรื่อง   เพราะท้ายสุดให้มีแต่ชื่อของเขา  “ซูโหย่วเผิง” 

บัดนี้ เขา ได้เริ่มถอดรูปแบบพระเอกสดใสแสนดีออกแล้ว   ในสายตามีความเชื่อมั่นและแน่ใจมากกว่าหนึ่งส่วน    รอยยื้มบนใบหน้ามีจืดชืดและเวิ้งว้างมากกว่าหน่อย   เสียงมีสภาพการณ์เปลี่ยนแปลงไปและนุ่มนวลหน่อยๆ

วัยรุ่นกล้าท้าทวนความฝันสิ่งนี้    นักสร้างกุศลจิตเดิมมีใจเมตตา   เวลานี้ยังคงเป็นนักท่องเที่ยวที่เด่นสง่า    มีหลักอันครบถ้วนสมบูรณ์ของนักแสดง

อ่านประวัติของเขา   พวกเราได้เข้าอกเข้าใจหรือไม่.......มีสิ่งของสิ่งหนึ่ง  เรียก ซูโหย่วเผิง
“ เชื่อง “   ก็คือฝึกฝนขัดเกลา

“นานมาแล้วผมไม่มีแบบ  ต้นแบบวัยรุ่น  อยู่บนเวทีต้องหล่อเท่ “    เมื่อนักข่าวสัมภาษณ์  (จากหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ยุคทันสมัย-บอกกล่าวเพื่อสุขภาพ )  ซูโหย่วเผิง  ก็เปิดอกพูดความรู้สึกที่ได้รับในราตรีฤดูใบไม้ผลินี้(เทศกาลตรุษจีน)

“เสี่ยวหู่ตุ้ย” ขึ้นเวทีโชว์ตัวจรัสจ้าในราตรีฤดูใบไม้ผลิปีนี้(เทศกาลตรุษจีน)    พวกเขาทั้งร้องทั้งเต้น    ผู้ชมในเวทีก็คล้อยตามแบบกระโดดโลดเต้นขึ้นมา    ดึงดูดทั้งเวทีร่วมร้องเพลงอย่างเอิกเกริกโกลาหล   ยิ่งมีผู้คนปิติยินดีจนน้ำตาไหล

ใช่แล้ว    ไม่มีใครสามารถหยิบเอาความทรงจำมาแทนที่ “เสี่ยวหู่ตุ้ย” ใน ช่วงเวลาวัยหนุ่มตอนนั้น    พูดแบบไม่ไว้หน้า   นั่นเกือบจะไม่มีคู่ต่อสู้ของช่วงเวลาวัยหนุ่ม     นิยายของการฝึกฝนขัดเกลาเงาคุณผมร่วมรู้กันแล้ว
       
เกี่ยวกับการซ้อมแสดงรวมตัวกันครั้งนี้   lซูโหย่วเผิง เปิดอกบอกกับ เฉิน ว่า   พอเริ่มก็รู้สึกแปลกถิ่น   เวลา 10 กว่าปีในที่สุดทั้ง 3 คนเจอหน้ากันน้อยมาก   ปกติเพียงแต่บังเอิญ   ติดต่อข้อความสั้นๆ   แต่ว่าพอดนตรีดังขึ้น   ความรู้สึกเหล่านั้นก็หวนกลับคืนมา   เช่นเดียวกับท่านผู้ชม   เขาคลับคล้ายหล่นเข้าไปในอุโมงค์

เริ่มแรกการซ้อมแสดง   มีเรื่องหนึ่งสอดแทรกเข้ามา  เมื่อดูจากชื่อเสียงของภาพรวมของซูโหย่วเผิง    สถานีโทรทัศน์ยางซื่อ  จึงได้ยื่นข้อเสนอให้เขายืนอยู่ตรงกลาง   แต่ถูกทางบริษัทตัวแทนปฎิเสธอย่างสิ้นเชิงทันที   เพราะ “ เอกลักษณ์ความคลาสสิคของ “เสี่ยวหู่ตุ้ย” จริงๆ เรื่องนี้ไม่ต้องปรึกษาหารือเลย   ย่อมต้องดำรงรักษารูปแบบเดิมไว้”

พลิกโฉมดูรูปถ่าย“เสี่ยวหู่ตุ้ย” ในปีนั้น   หลายคนจำได้รูปลักษณะ”เสือเชื่อฟัง”  อันบริสุทธิ์ใน “เสี่ยวหู่ตุ้ย” ของ ซูโหย่วเผิง ยังคงเหมือนเดิม   ใบหน้าหล่อคมเหมือนแสงจรัสจ้า   อุปนิสัยฉลาดว่องไวสดใส   ลักษณะท่าทางอ่อนโยนสุภาพ   ไม่อายเลย เป็นนักเรียนซึ่งมาจากโรงเรียน ม. ปลายเจี้ยงจงกับมหาวิทยาลัยไต้หวัน     
   
.......แต่ว่า   “เสือเชื่อฟัง”   ให้กระเป๋าใบใหญ่มากแก่ผม   ทุกคนต่างหวังว่าได้เห็นทั้งเล่นแสดงบนเวทีได้   ทั้งเรียนหนังสือเก่งของ ซูโหย่วเผิง………….

ได้เขียนหนังสือเบื้องหลังและเรื่องราวของ เสี่ยวหู่ตุ้ย 3 คน โดยอดีตผู้จัดการศิลปินผู้ทรงคุณวุฒิอันล้ำลึกแห่งไต้หวัน คุณซ่งเหวินซ่าน  ระยะใกล้ๆ นี้ออกหนังสือเปิดเผยว่า.....ปีนั้นเนื่องจาก ซูโหย่วเผิงยอดกตัญญู   ทางบ้านเข้มงวด   การเรียนการบ้านหนักมาก   รายการแสดงมากมายเพียงแต่มองเห็น อู๋ฉีหลง    เฉินจื้อเผิงทั้ง 2 เสือ   ดังนั้นบริษัทคิดดูแล้วเอา ซูโหย่วเผิง เปลี่ยนตัวออกไป    จากนั้นต่อมาเอาตัวสำรองที่เลือกเรียบร้อยแล้ว   

“ผมไม่ต้องการถอนตัวออก”   ซูโหย่วเผิง   อดกลั้นน้ำตาซึมในขอบตา   ในตากระพริบน้ำตานั้นได้กลิ้งไปมา   “การเรียนของผม  ตัวผมเอง  ขอแบกรับเอง    ลำบากแค่ไหนผมคนเดียวรับผิดชอบไหว”

เมื่อแรงกดดันธุรกิจและการเรียนหนักหน่วง   ซูโหย่วเผิง ไม่รู้สึกเจ็บปวด    เจ็บปวดจริงๆ คือมาจากความเศร้าสลดทางใจ......ต้นแบบที่เข้าสู่วงการมา 6 ปีคนหนึ่ง   ความรู้สึกสดชื่นของเขาไม่มีแล้ว   อนาคตจะทำอะไรหนอ   เพื่อปลดปล่อยตัวเอง   ค้นหาทิศทางอนาคต   ซูโหย่วเผิง ตัดสินใจตัดขาดธุรกิจการแสดงร้องเพลงซึ่งเจริญรุ่งเรืองอยู่   เพียงตัวคนเดียวไปศึกษาต่อที่อังกฤษ   เพราะไปศึกษาต่อที่เมืองนอกเป็นความใฝ่ฝันของเขา   เขาย่อมเป็นเช่นนี้กล้าไปไล่ตามความใฝ่ฝัน

ปฏิเสธหุ่นจำลองร้องเพลง  (บทบาทไอดอลด้านการเป็นนักร้องลดน้อยลง)

หลังจากเรียนจบกลับมา   ซูโหย่วเผิง ได้ค้นพบรอบๆ ตัวของโลกซึ่งกำลังเปลี่ยนแปลงไป   เคยคึกคักก็ค่อยๆ  เปลี่ยนแปลงเย็นชาไป   จากบนยอดเขาถึงก้นเหว   เขาได้ผ่านวันเวลาที่ทนทุกข์ทรมานมาก   จนถึงปี 1997    ละครเรื่องหนึ่งโด่งดังไปทั่วแม่น้ำฉางเจียงเหนือใต้ เรื่อง “องค์หญิงกำมะลอ”    จึงนำเขาเข้าสู่ธุรกิจใหม่อีกครั้ง  เพื่อมุ่งไปสู่บนยอดเขาอีก
 
ต่อจากนั้น   ละครของเขาออกฉาย   เขาไม่สามารถแจกแจงได้นัก   เพื่อนำเอกลักษณ์โดดเด่นมากมายสู่จอเงินให้แก่ผู้ชม    ใน “เดชเสี่ยวฮื่อยี้”  เย็นนอกแต่ในร้อน ฮวยบ่อฮ่วย (อ่านจีนกลาง-ฮัวอู๋เชวีย)    และ “มนต์รักในสายฝน”   ความรักแท้ของ “ตู้เฟย”   , ใน “ดาบมังกรหยก”   ซื่อสัตย์ใจกว้างของ เตียบ่อกี้  (อ่านจีนกลาง-จางอู๋จี้)   ใน “รักข้ามขอบฟ้า”   ไม่สงบเสงี่ยมใจอันแท้จริงของ ลู่เอินฉี  เป็นต้น   นอกจากละครโทรทัศน์   ซูโหย่วเผิง ยังมีอัลบั้มเพลง   เพลงเรียบเรียงโดยเฉพาะ   ถ่ายหนังและโฆษณามากมาย   เขามอบใบผลคะแนนยาวเหยียดเป็นกองๆ   กลายเป็นนักแสดงที่มีความสามารถสูง

จากต้นแบบนักร้องวัยรุ่น   เปลี่ยนแปลงเป็นนักแสดงที่มีเพาเวอร์อันแท้จริง   ซึ่งไม่ใช่นักแสดงแต่ละคน พอโด่งดังแล้วล้วนสามารถบรรลุความสำเร็จก็จบสิ้นเป้าหมายนี้   ต่อเมื่อมาโด่งดังอีกครั้ง   ซูโหย่วเผิงได้ถอนเขี้ยวเสือแสนเชื่องในปีนั้น  สำหรับความมุ่งมั่นวัยรุ่นโง่ๆ เซ่อๆ   เขานำเอาสิ่งของมากมายมามองดูแบบจืดชืดแล้วไม่ใส่ใจมาก

ปี 2006    การแสดงละครเวทีของ ซูโหย่วเผิง เรื่อง (จวี๋ฮัวเซียง)  “หอมดอกเบญจมาศ”  อยู่ที่โรงละครใหญ่เหม่ยฉี นครเซี่ยงไฮ้แสดง 7 รอบ   ทุกรอบเต็มหมด    ทำลายสถิติการแสดงของโรงละครใหญ่ เหม่ยฉี   ไม่ว่าค่าตอบแทนละครเวทีน้อยนิด   แต่เพื่อความใฝ่ฝันสมบูรณ์   เขาปฏิเสธสัญญาหนังละครทิ้งนับไม่ถ้วน    เอาเวลาครึ่งค่อนปีนี้ปักหลักบนเวทีละคร   ใช่แล้ว   เขาไม่ได้เปลี่ยนแปลงสักนิด......ยังคงเหมือนเดิมที่ติดตามความฝันคนนั้น

โดยเฉพาะเป็นคนกำเนิดจากต้นแบบของวงการ   ตลอดเวลาสำหรับทุกคนเอกลักษณ์ของ ซูโหย่วเผิง ล้วนเป็นเจ้าชายงามสง่าขาวสะอาด   ไม่ว่าเมื่อเป็นนักร้อง  หรือเมื่อเป็นนักแสดง  บทบาทที่ได้รับ  เขาย่อมเป็นนักแสดงตัวเอกที่สะอาดบริสุทธิ์    ดังนั้น  ซูโหย่วเผิงจึงเริ่มเบื่อหน่าย   เขาบอกกับนักข่าวว่า  (จากสำนักข่าวเจี้ยนคาง จงเก้า-บอกกล่าวเพื่อสุขภาพ)   “ไม่อยากจะออกมาแสดงชายที่ดีงามเบอร์หนึ่งอีก   ไม่รู้สึกว่ามันน่าเบื่ออย่างนั้นหรือ ?   ผมอยากจะลบภาพลักษณ์นี้”

ในที่สุด   เขารอคอยบทบาทอันเหมาะสมในบท  “ไป๋เสี่ยวเหนียน” บทนี้   เพื่อนักแสดงนักร้องมีชื่ออธิบายอย่างเข้าใจ   ไม่มีพื้นฐานทำนองสักนิด   เขาซ้อมเรียนกับครูฝึกทุกถ้อยคำอักษรทุกวัน   วิ่งรอบครบถ้วน   ฝึกเสียงคอ   ต้องท่องจำทั้งเนื้อเพลงให้ได้  (อิ๋วเหยียน จิงโม่ง – ความฝันสะดุ้งเมื่อเดินเที่ยวสวน)   บทร้องส่วนหนึ่งในหนังร้องสั้นๆ ไม่กี่วินาที   เมื่อผลลัพธ์ท่องเรียนลำบากมา 2-3 เดือน   หลันฮัวจื่อ (นิ้วดอกต้นลั้ง),   หลิ่วเอี้ยเหมย (คิ้วเรียวโค้ง),  เหนียนๆเชียง (สำเนียงผู้หญิง),   อิ๋วโถวเฝิ่นเมี้ยง (บนใบหน้ามีแต่แป้งที่ต้องแต่งหน้าไว้),   

ซูโหย่วเผิงนำเอาเสียงอันนุ่มนวลแสดงต่อเนื่องจนเหงื่อเปียกโชก   จนทำให้สะดุ้งตกใจเหลือนับคณา   จึงทำให้คนมองเห็นธาตุลึก(พรสวรรค์+ความสามารถ)ของเขา   ผู้กำกับฝงเสี่ยวกัง  หลังจากดูหนังจนจบก็วิพากษ์วิจารณ์คุณค่านี้   “จริงๆผมนึกว่าเขาเพียงแต่แสดงหนุ่มต้นแบบที่ดีงาม   ในหนัง  “ฟงเซิน – ข่าวลือ”  เขาแสดงบทแตกสมบูรณ์   เกินกว่าผมคาดคิดไว้”

ไป๋เสี่ยวเหนียน คือ ซูโหย่วเผิง เพียรพยายามมากแต่แสดงออกน้อยของบทบาทนี้  ตีบทแตก    เขาหวังอย่างยิ่งว่า 1-2 ปีนี้ตั้งใจอยู่กับวงการภาพยนตร์

เพราะฉะนั้น   เขาจึงเข้มงวดคัดสรรบทภาพยนตร์  เขาตัดสินใจยืนหยัดปฏิเสธ  ถูกเชื้อเชิญเล่นแสดงต้นแบบที่ดีชนิดใด   เพราะไม่อยากรับบทเหมือนฟ้าผ่าอีก   มาพูดเกี่ยวกับ ซูโหย่วเผิง    เกลียดที่สุดก็คือ “หวนกลับคืนตัวเองโดยไม่ขาดสาย หรือการอยู่กับบทเดิมๆ ไม่ไปไหนเลย”   “การท้าสู้บ่อยๆ เป็นสิ่งจำเป็น”

การกุศล   พูดน้อยทำมาก

ระยะเร็วๆนี้   ซูโหย่วเผิง  วิ่งไปมาตลอดเพื่อทำกิจกรรมการกุศลทุกชนิด   ไม่ว่าเรื่องบริจาคยังต้องใช้รูปเอกลักษณ์ศิลปินดาราของตัวเองมาเป็นราชทูต   เขาล้วนไม่เหนือบ่ากว่าแรง   ทำสิ่งที่ต้องการด้านการกุศล อีกทั้งการช่วยเหลือกลุ่มคนหาเช้ากินค่ำ

วันที่ 14 เมษายน  2010 ซูโหย่วเผิงได้เป็นทูตสาธารณะประโยชน์รายการ  “กระเป๋าเงินน้อย  ใจรักยิ่งใหญ่” ของ  มูลนิธิช่วยเหลือผู้ยากไร้ในประเทศจีน  ได้บริจาคเงินแสนหยวน   ช่วยเหลือเด็กนักเรียน 1000 คนในเขตภัยแล้ง

วันที่ 29 มีนาคม   ซูโหย่วเผิง เป็นตัวแทนไปประเทศเคนย่า เข้าร่วมกิจกรรมสาธารณะประโยชน์คุ้มครองสิ่งแวดล้อม  “พระจันทร์สดใส ,  ไปสู่ที่เอเชีย”   ไม่เพียงแต่ทางร่างกายขยันเดินคุ้มครองสิ่งแวดล้อมสนับสนุนปลูกต้นไม้    ยังเจาะลึกเข้าไปโรงพยาบาลลูกช้าง   สอดส่องมองดูช้างแก้ว

วันที่ 22 มีนาคม   ซูโหย่วเผิง เป็นประธานกิจกรรมโฆษณา  “อุโมงค์น้ำแห่งมารดา, ชุ่มชื่น 10 ปี”   พร้อมแบกรับเป็น  “ทูตสาธารณะประโยชน์”   ตะโกนร้องเรียกทั้งสังคมเพื่อให้ดำเนินการสนับสนุนต่อไป   ได้เข้าร่วมกิจกรรม  “อุโมงค์น้ำแห่งมารดา"
 
กิจกรรมการกุศลเรียงรายอยู่ข้างหน้าอย่างไม่หยุดหย่อน   สำหรับ  ซูโหย่วเผิง นั้น เส้นทางงานบุญกุศลยาวเหยียดเหมือนถูกเงาย่อลงติดตัวไม่ห่าง   ที่จริง  เริ่มแรกเขาก็เป็นศิลปินนักบุญที่มีชื่อเสียงในวงการแสดง   ไม่เพียงแต่เข้าร่วมกิจกรรมการงานกุศลสาธารณะประโยชน์นับครั้งไม่ถ้วน   แล้วยังดำรงตำแหน่งเกียรติยศอันสูงส่งได้เป็น  “ทูตในงานวันคุ้มครองเด็กของฮ่องกง” ,  “ทูตแห่งใจรักคุ้มครองสายมารดาแม่น้ำ”  ,  “ทูตใจรักเด็กเล็กที่พิการ และเด็กสมองพิการของประเทศจีน” ,  “ศิลปินที่ส่งผลในการทำกิจกรรมการกุศลมากที่สุด”   “ศิลปินดารานักบุญ”  เป็นต้น  ซึ่งล้วนขนานนามเหล่านี้ให้แก่เขา
     
เปิดใจคุยเรื่องคลื่นลูกใหม่เป็นคนใจกว้างของ ซูโหย่วเผิง     ข้อความหน้าแรกของหนังสือพิมพ์ซึ่งตื่นตาตื่นใจได้นำเสนอ  มูลนิธิผู้ใจบุญท่านหนึ่งซึ่งแนะนำวิธีบริจาคทำการกุศล   นี่คือปี 2005  เขาอยู่ประเทศจีนภายใต้มูลนิธิเด็กยากไร้ ก่อตั้ง  “มูลนิธิการกุศล ซูโหย่วเผิง”   ร่วมแรงร่วมใจบริจาคเงินการกุศลหวังเพื่อก่อสร้างโรงเรียนประถม” ที่เปิดเรียนแล้ว   ช่วยเหลือคนยากไร้เหล่านี้และพวกเด็กๆ ที่ไม่มีสถานที่เพียงพอต่อการเรียนหนังสือ   ปี 2007 มาพูดคุยกับ ซูโหย่วเผิง    เป็นสิ่งที่มีคุณค่าแห่งการรำลึกเป็นพิเศษในช่วงปีหนึ่ง  โดยได้เตรียมการก่อสร้างมาปีกว่าของ   “โรงเรียนประถมศึกษาซีว่างซูโหย่วเผิง”  ซึ่งได้เปิดเทอมแล้ว   นี่ได้ใช้ชื่อ ซูโหย่วเผิง เพื่อเริ่มต้นก่อตั้งกิจกรรมสาธารณะประโยชน์คนแรก
   
ความจริง  กิจกรรมเหล่านี้ได้มีอยู่แล้วนับตั้งแต่“เสี่ยวหู่ตุ้ย”   ซูโหย่วเผิง กำลังเริ่มต้นทำงานการกุศล   ไม่เพียงแต่ถ่ายแบบโฆษณาการกุศลหลากหลาย   ยังเป็นคนโฆษณาป่าวประกาศ กิจกรรมกุศลอีกมากมาย    หลายครั้งยังเป็นแนวหน้าเริ่มต้นก่อน  และยังได้เชิญชวนทุกคนร่วมบริจาค    จนถึงเดี๋ยวนี้  ซูโหย่วเผิงไม่ว่าจะอยู่ในเมือง ในชนบท   เขตฮ่องกง  ไต้หวัน   สิงคโปร์  มาเลเซีย แม้กระทั่งทั่วโลก    ได้เข้าร่วมกลุ่มกิจกรรมการกุศลมากมาย   อีกทั้งได้รับผิดชอบเป็นทูตการกุศล   และยังเข้าร่วมการแสดงเพื่อการกุศลช่วยเหลือภัยต่างๆ ทั้งเล็กทั้งใหญ่นับครั้งไม่ถ้วน   เบื้องหลังธุรกิจการแสดงรุ่งโรจน์สดใสของเขา   ยังมีหนทางการกุศลฉายแสงกระพริบเหมือนกันสายหนึ่ง

ตลอดการทำงานการกุศลที่ไม่เคยกล่าวปฏิเสธของ ซูโหย่วเผิง ทำตัวติดดินจนมีชื่อ   นักข่าวจากสำนักข่าวเจี้ยนคาง จงเก้า(บอกกล่าวเพื่อสุขภาพ)   นักข่าวกล่าวว่า “ เขาได้แสดงให้เห็น  ที่จริงพูดจาน้อยลง   ทำงานมากขึ้น”  จุดนี้ไม่มีสื่อผู้ใดกล้าปล่อยข่าว   ไม่มีเสื้อผ้าหรูหราแวววาว   ไม่แสดงคำพูดมากเกินไป   ซูโหย่วเผิงใช้จิตกุศลบุญออกมาจากตัวเอง   ใจรักเมตตา   ไปดูแลเอาใจใส่อย่างแท้จริง   ไปช่วยเหลือบุคคลที่ต้องการความช่วยเหลือเหล่านั้น
   
ถ้าหากติดตามซักถามให้ได้ว่าทำไม ซูโหย่วเผิง ยังยืนยันหนักแน่นเรื่องการกุศล   แล้วในอุดมการณ์ของเขาตอนหนึ่งหรือคำอธิบายที่ดีที่สุดคือ   “ ช่วยเหลือคนมีความสุขซึ่งมาจากจิตใต้สำนึกของมนุษย์    อยากได้อะไรตามใจชอบ   ห่วงใยที่สุดคนรอบข้าง   ที่จริงคุณกำลังขยันทำให้โลกสดสวยงดงามดีกว่านี้”

จากการค้นหาในความทรงจำเมื่อ   20 ปีก่อน    “ เสือเชื่อฟัง”  ยังเป็นคนจิตใจบริสุทธิ์ไม่มีกิเลส   แสงอาทิตย์จรัสจ้า   มีชีวิตอยู่ในภาษาเด็กเป็นเด็กผู้ชายสะอาดบริสุทธิ์      20 ปีต่อมา   เขาไว้หนวดเครา   ผิวหนังโดนแดดเผาจนเป็นสีทองแดง   ร่างกายก็มีเส้นขอดเกิดขึ้นตามทั่วร่างกาย   สายตาลึกๆ

......อยู่ในช่วงเวลาเดือนปีได้สะสมความนิยมมั่นคง   เขามีการเจริญเติบโตกระจายไปทั่วทั้งตัวเป็นหนุ่มที่มีเสน่ห์แรง

ใกล้ๆ ไม่กี่ปีมานี้    พวกเราทั้งดีใจทั้งตกใจได้ค้นพบว่า   ซูโหย่วเผิงยิ่งโตยิ่งทันสมัยขึ้น   เวลาเขาปรากฏตัวกิจกรรมทันสมัยหรืองานราตรีสโมสรขนาดใหญ่   ทุกครั้งเขาเป็นผู้ออกหน้าเป็นหลัก   ล้วนยิ่งได้รับความนิยมได้รับการยอมรับมากขึ้น   รสนิยมอันทันสมัยแสดงสู่สุดยอด   เดินตามแนวสมัยนิยมล่วงหน้า   ซึ่งเขาเตรียมรับศึกษามองดูความทันสมัย  การก้าวไปข้างหน้าของวงการ
   
สิ่งที่เป็นรายละเอียดของของ ซูโหย่วเผิง    นอกจากใบหน้าที่มีริมฝีปากแดงฟันขาว    บนตัวเขายังมีบุคลิกกับท่าทางเศร้าใจกลัดกลุ้มปรับตัวลดต่ำแบบอังกฤษ   และรสนิยมสูงส่งสละสลวยทางฝรั่งเศส   หรือไม่ก็   นี่แหละเขา  มักต้องมีความเกี่ยวพันธ์กับความชอบการเดินทางท่องเที่ยว

นิตยสารสากลโลก  ลงข่าวนักท่องเที่ยวดารารุ่นใหญ่ 10 คนรับพิธีมอบรางวัล   ซูโหย่วเผิง ได้รับสมญานามอันทรงเกียรติเป็น  “นักท่องเที่ยวที่ฉลาดและมีสติปัญญา”  นี่คือ นักแสดงชาวจีนชักนำเขตแดนแบบการท่องเที่ยวที่ทันสมัย  คัดเลือกจนได้รับการยอมรับสูงสุด         การท่องเที่ยวทำให้พวกเรามองเห็น ซูโหย่วเผิง ได้อีกหนึ่งมุม.....นักท่องเที่ยวผู้สุภาพดีเด่น

หวนระลึกเมื่อตอนอายุ 21 ปี  ซูโหย่วเผิง กำลังอยู่ในช่วงธุรกิจตกต่ำสู่ก้นเหว   เขาก็เลือกกระเป๋าเป้ใบหนึ่ง   แบกกระเป๋าง่ายๆไปท่องเที่ยว   ออกเดินทาง   ไม่ใช่เหตุเพราะหลบหนี   เพียงแต่เป็นการรู้จักตัวเองมากขึ้น   หรือเพราะสาเหตุนี้   ในชีวิตต่อมา   ขณะเหนื่อยหน่ายหลงทาง  เขาอยากจะไปทุกแห่งหน  ปล่อยวางชีวิตตัวเองให้อยู่อีกจังหวะหนึ่ง   ทุกสิ่งจึงไม่ได้กลายเป็นเรื่องใหญ่โต

สวมร้องเท้าสบายๆ คู่หนึ่ง   หยิบแผนที่และกล้องถ่ายรูป   ฟังดนตรี   ไปท่องเที่ยวญี่ปุ่น   อินเดีย   อเมริกา   ปารีส   ดอนลอน   เนปาล   ในท่ามกลางการท่องเที่ยวของ ซูโหย่วเผิง ด้านหนึ่งเดินด้านหนึ่งพิจารณาไตร่ตรอง   เขาได้ให้สัมภาษณ์กับนักข่าว(จากหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ยุคทันสมัย -บอกกล่าวเพื่อสุขภาพ)   เขากล่าวว่า...สักวันหนึ่งถ้าไม่เป็นนักแสดงแล้ว   เขาก็เป็นนักพเนจรท่องเที่ยวผู้หล่อสง่าคนหนึ่ง   เที่ยวพเนจรทุกหนทุกแห่ง   ท่องเที่ยวเดินทางทุกแห่งหน…

ท่องเที่ยว ...มากล่าวอีกด้านของ ซูโหย่วเผิง   เป็นบุคคลคนหนี่งที่(สามารถ)กระโดดออกจากวงการได้   นำพาเขาแยกออกจากสภาพแข็งกระด้างของชีวิต   แต่ว่าเมื่อได้ถูกถามถึง  สถานที่ซึ่งให้เขาผ่อนคลายมากที่สุด   เขากลับหวนมาสู่ทางเริ่มต้นใหม่ทางจุดออกเดินทาง......บ้าน.....  “ที่จริงการท่องเที่ยวก็เป็นเช่นนี้   เป้าหมายของบนท้องถนนใช่ที่จะปลุกตื่นให้กับตัวเอง   บ้านอยู่ที่ไหน? “   คำพูดคำเดียวที่บอกออกมา   ซึ่งเป็นปรัชญาท่องเที่ยวของเขา   บทความดีๆลึกๆ ง่ายๆ   แฝงรสชาติลึกซึ้ง

จริงๆ  การท่องเที่ยวและการดำรงชีวิตเหมือนประโยคที่มีความหมายใกล้เคียงกันคู่หนึ่ง   จิตที่คล้อยตามกัน การท่องเที่ยวในชีวิตของ ซูโหย่วเผิง  เป็นคนเรียบง่ายจริงๆ คนหนึ่ง   เขาชอบคลาสสิคของสีดำและสีขาว   ไม่ว่านาฬิกา  เสื้อผ้า  ล้วนเป็นแบบเรียบง่ายที่สุด   พบเจออุปสรรคหรืออารมณ์ไม่ดี   เขาก็ไปห้องกีฬาเพื่อออกกำลังกาย   ปลดปล่อยอารมณ์และแรงกดดัน   หาเวลาว่างยาก   เขาก็อยู่ในบ้านเพื่อประกอบทำงานที่เขาชอบ    เขาไม่เคยใช้ชีวิตสุรุ่ยสุร่าย   แล้วไม่ใส่ใจกับชื่อเสียงวงการแสดง   ไม่เคยเทียบเคียงกับข่าวลือเสียดสี   “ ปล่อยให้ชีวิตมีสีสัน”   จึงจะคือจุดเป้าหมายของเขาอย่างดีเยี่ยมเสมอ

“ ผมกำลังเบื่อหน่ายบทบาทที่สมบูรณ์แล้ว"…….คำสนทนาของ ซูโหย่วเผิง  ( นิตยสารรายสัปดาห์ยุคทันสมัย   บอกกล่าวเพื่อสุขภาพ )

นิตยสาร: ราตรีสโมสรร่วมจัดฉลองตรุษจีนช่องสถานีโทรทัศน์ยางซื่อในปี 2010   ตั้งแต่แยกย้าย“เสี่ยวหู่ตุ้ย” มา 10 กว่า ปีแล้วมาพบเจอกันใหม่อีกครั้ง   มีความรู้สึกอย่างไรและแตกต่างกันอย่างไร ?
   
ซูโหย่วเผิง  :  ความคุ้นเคยแล้วก็แปลกหน้า   ความเงียบแบบนั้นเพิ่งหาเจอ   ก็จะจบสิ้นลง   นานมาแล้วผมไม่มีแบบ “ต้นแบบวัยรุ่น” อยู่บนเวทีหล่องาม   รวมทั้งตอนนี้ฟังดนตรีแล้ว  ล้วนไม่เหมือนเมื่อก่อนแบบนั้น   ดังนั้นผมเพียงแต่พยายามหวนคืนสู่สภาพเดิมในความทรงจำของผู้ชม  รูปแบบ ซูโหย่วเผิง เมื่อ 20 ปีก่อนโน้น

นิตยสาร : ร่วมแยกดีใจเสียใจเมื่อ 20 ปีก่อน “เสี่ยวหู่ตุ้ย”    กับ อู๋ฉีหลง   เฉินจื้อเผิง ความรักใคร่อารมณ์จะเป็นอย่างไร ?

ซูโหย่วเผิง   :  มีพี่น้องที่แสนดีมากๆ    ผมหวังว่า“เสี่ยวหู่ตุ้ย” นอกเหนือจากเป็นตัวแทนความประทับใจในวัยหนุ่มทุกคนแล้ว   ก็ยังเป็นตัวแทนมิตรภาพคนหนึ่งซึ่งเป็นเทพนิยายที่ไม่ดับสูญ   เพียงแต่ผมโชคดี กลายเป็นความคลาสสิคได้เป็นนักแสดง 1 ใน 3 คนของ“เสี่ยวหู่ตุ้ย”  ดำรงป้องกันมิตรภาพส่วนนี้ก็เป็นมาตรฐานสูงสุดของผม

นิตยสาร : เสือเชื่อฟังในปีนั้น   ผลงานเพลงล้ำเลิศ  ธุรกิจกำลังเจริญเติบโต  ทำไมจึงเลือกทางไปศึกษาต่อที่เมืองนอก

ซูโหย่วเผิง   : ปลดปล่อยตัวเอง   ค้นหาทิศทาง   ระยะหนทางเดินในปีนั้น   “เสือเชื่อฟัง”  ให้กระเป๋าใบใหญ่แก่ผม(ให้บทเรียนที่มีค่า)    ทุกคนล้วนหวังว่าจะได้เห็น คนที่เป็นทั้งนักร้องนักแสดงและเป็นทั้งนักเรียนใฝ่เรียนหนังสือของ ซูโหย่วเผิง .....การที่ผมหยุดเรียนนั้นกระทบสะเทือนใหญ่มาก   ผมไม่มีกำลังสามารถเผชิญกับสายตาของทุกคน   แรงกดดันการวิพากษ์วิจารณ์   ทั้งยังพูดความจริง   เวลานั้นผมไม่ทราบจะทำอย่างไรกับอนาคต   การเข้าสู่วงการนักร้องต้นแบบมา 6  ปี   ความรู้สึกสดชื่นของผมกำลังหมดลง   เวลานั้นผมลังเลใจอยู่   ดังนั้นจึงตัดสินใจไปต่างประเทศ

นิตยสาร :  ต่อมา“เสี่ยวหู่ตุ้ย” แสดงเดี่ยว   แต่ละคนล้วนมีประสบการณ์ในเวลายากเข็ญช่วงเวลาหนึ่ง   คุณจะเดินอย่างไรเพื่อผ่านหุบเขาก้นเหวนี้?    หุบเขาจะกระทบได้อย่างไร ?

ซูโหย่วเผิง  : มีผู้คนมากมายช่วยเหลือผม   ต่อมาจึงได้ไปถ่ายละครโทรทัศน์เรื่อง “องค์หญิงกำมะลอ” ก็เป็นสมดุลทางจิตใจของตัวเอง   ขยันขันแข็งเพื่อศึกษาเรียนกับผู้อื่น

นิตยสาร   : ในภาพยนตร์ เฟิงเซิง(The Messege)   คุณย้อนอดีตลักษณะแสงอาทิตย์กลับไปมา   นำนิ้วดอกต้นหลัน (ดอกกล้วยไม้) -ทำท่าทางของงิ้ว ,   เหนียนๆ เชียง - สำเนียงผู้หญิง ,   บนใบหน้าของ ไป๋เสี่ยวเหนียน เต็มไปด้วยการตกแต่งด้วยแป้ง   แสดงต่อเนื่องจนเหงื่อโชกทั้งตัว   เกี่ยวกับบทบาทแสดงนี้    คุณลังเลใจบ้างไหม ?   ทำไมกล้าย้อนรูปลักษณะกลับไปกลับมาหรือ ?

ซูโหย่วเผิง  : บทบาทแสดงนี้คุณต้องเก่งมาก    จึงจะสามารถแสดงออกมาได้ดี   เป็นไปได้ว่าสามารถมีโอกาสมีชื่อเสียงในช่วงข้ามคืน โอกาสแบบนี้ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียว  ล้วนไม่มีเหตุผลปล่อยให้ผ่านไป    แพ้ไม่ละอายผู้คน   กลัวแพ้จึงละอายผู้คน

นิตยสาร : ถ่ายละครหนังหนึ่งเรื่องก็มีค่าตอบแทน 1 ล้าน   แต่รายได้ละครเวทีเพียงมีเลข ศูนย์   ทำไมคุณเลือก เล่น  ( จวี๋ฮัวเซียง ) “หอมดอกเบญจมาศ”  ทันที
   
ซูโหย่วเผิง  : ที่จริง   ตั้งแต่เล็กเกี่ยวกับละครพูดแบบนี้  ผมมุ่งสู่ด้านนี้มาก   สามารถอยู่บนเวทีแสดงละครพูด   เป็นความใฝ่ฝันของผมมาตลอด
 
นิตยสาร  : เวลารับงานภาพยนตร์ละครอยู่   คุณสนใจรับงานแสดงบทบาทอะไร?
   
ซูโหย่วเผิง :  อย่างน้อยบทการแสดงเหมือนฟ้าผ่ามากเกินไปผมก็จะไม่รับแสดง   เกี่ยวกับบทแสดงเป็นคนสมบูรณ์แบบอย่างนั้นผมกำลังเบื่อแล้ว   ผมชอบรับหนังแบบที่มีอารมณ์ทางใจมีท้าทายหรือการต่อสู้บ้าง

นิตยสาร : ทำบุญกุศล   คุณปรับตัวลดต่ำมาตลอดใช่ไหม ?
   
ซูโหย่วเผิง  :  ที่จริงแต่ละคนล้วนมีใจทำงานบุญเพื่อสาธารณะประโยชน์   มีเงินออกเงินมีแรงออกแรง
   
นิตยสาร  : ในฐานะพิเศษของการเป็น “ศิลปินนักแสดง”  เกี่ยวกับงานการกุศลยิ่งต้องช่วยเหลือหรือไม่ ?
   
ซูโหย่วเผิง :  แน่นอน   บุคคลที่มีกลุ่มฝูงชนมาสนใจ  และยังได้รับการดูแลเอาใจใส่จากกลุ่มฝูงชนจำนวนมาก   ยิ่งจำเป็นต้องเอาตัวเองไปใช้เป็นแบบอย่าง    ผมหวังว่าตัวเองสามารถนำคนส่วนหนึ่งมาร่วมกันทำบุญกุศล   ทำความดีที่จริงเพียงแต่ยื่นมือออกแรงช่วยเหลือ

นิตยสาร  : พอใจลักษณะการดำรงชีวิตเวลานี้หรือไม่ ?

ซูโหย่วเผิง  : ยังดีอยู่ครับ   เออๆ

นิตยสาร  : งานยุ่งมาก   มีเวลาออกกำลังกายบ้างไหม ?   จัดแบ่งเวลาชองตัวเองอย่างไร?

ซูโหย่วเผิง   : เมื่อก่อนจะถ่ายหนังเรื่องหนึ่งก็ไปออกกำลังกายบ่อยๆ   ต่อมาถ่ายหนังเรื่อง เฟิงเซิง  ต้องลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว   ระยะใกล้นี้มีเวลาล้วนอยู่กับงานทั้งหมด   เกือบจะไม่มีเวลาเป็นของตัวเองเลย

นิตยสาร  : เวลาเจออุปสรรคหรืออารมณ์ไม่ดี   โดยทั่วไปเลือกวิธีแก้ไขแบบไหน ?

ซูโหย่วเผิง   ช่วงเวลาบ่ายผมจะไปห้องออกกำลังกาย   ให้ออกเหงื่อ   ก็รู้สึกตัวเองเบาสบาย   อะไรๆ ก็ไม่อยากคิดแล้ว   อารมณ์ปลดปล่อยออกมา   ก็จะเย็นใจของมันเองเพื่อไปแก้ไขปัญหา

นิตยสาร  : ตั้งแต่อายุ 15 ปีเข้าสู่วงการถึงเดี๋ยวนี้   คุณจะเอาตัวเองมาเป็นอาชีพนักแสดงทั้งชีวิตหรือไม่ ?   

ซูโหย่วเผิง  : ไม่เป็น   ถึงเวลา   แน่นอนผมจะไปทำการกุศลบ้าง   เพื่อใช้ชีวิตแบบเบาๆ บ้างก็แล้วกัน

นิตยสาร  : สมัย 30 ปีก่อนกับสมัย 30 ปีหลัง   เกี่ยวกับชีวิตมีอะไรแตกต่างกันบ้าง
   
ซูโหย่วเผิง :  มีเรื่องให้คิดมากมาย

นิตยสาร :  ถ้าหากกล่าวถึงชีวิตเป็นบทละคร   คุณจะเขียนบทละครแก้ไขใหม่หรือไม่   แล้วจะกำกับชีวิตของคุณเองได้อย่างไร ?

ซูโหย่วเผิง  : ปล่อยให้ชีวิตมีสีสัน  คือ  จุดเป้าหมายเลิศที่สุดของผม

prattana

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5607
    • ดูรายละเอียด
Re: ALEC SU 苏有朋泰国后援会
« ตอบกลับ #68 เมื่อ: กรกฎาคม 01, 2026, 12:12:19 pm »
ชีวิตย่อมมีความฝัน จุดหมายของความฝันคือความสำเร็จ แต่มากกว่าสิ่งใดที่ต้องการ คือการที่มีคุณเคียงข้างตลอดไป
 Everyone has his dream and all want to be successful but more than anything else. is to be by your side forever